• พรีเมียรลีก
    วันอาทิตย์ 2 ก.ย 2561
    วัตฟอรด - สเปอร์ เวลา 22.00 beinsport4
    (เหย้า เวมบลีย์)



    หมายเหตุ : ช่องและเวลาถ่ายทอดสดอาจะมีการเปลี่ยนแปลงได้
  • เสื้อยืดทำเอง โพสทนี้ึคือที่เหลือพร้อมส่ง ใึครสนใจสั่งซื้อคลิกที่รูปเพื่อเข้าไปดูรายละเอียดได้เลยครับ


วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

อีกหนึ่งแข้งใหม่แต่หน้าเก่า

ยูเนส คาบูล ย้ายกลับสเปอร์เป็นที่เรียบร้อย เป็นนักเตะปอรทสมัธอีกราย นับตั้งแต่ เดโฟ เคราท และ ครันชาร



ยังจำผมกันได้ไหม ย้ายกลับมาสวมยูนิฟอร์มสเปอร์อีกครั้ง


แสดงความเห็น

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

ลือแป๊บเดียว ต้อนกุดเข้าเล้าไปแล้ว


ชูเสื้อเรียบร้อย
อดีตผู้เล่นเชลซี และ บารเซโลน่า ย้ายเข้าเล้าไก่แล้ว

มาเร็วไปเร็วจริงสำหรับนักเตะรายนี้ ลืออยู่แป๊บเดียว ตัดหน้าเวสแฮมทันที คงเป็นเพราะด้วยสัญญายืมตัว เลยค่อนข้างย้ายง่าย ก็ไม่รู้จ่า จะมอง ไอเดอร์ เป็นกองหน้าเบอร์ที่เท่าไหร่ของทีม

“สโมสรได้ตกลงเรื่องสัญญากับทางไอเดอร์เรียบร้อยแล้ว” เร้ดแนปป์กล่าวผ่าน BBC Radio Jersey

“เขาย้ายมาเล่นให้กับเราด้วยสัญญายืมตัวจนกระทั่งจบฤดูกาล”

“เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม และสามารถเล่นได้หลายตำแหน่งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นมิดฟิลด์ หรือกองหน้าตัวต่ำ ซึ่งนั่นขึ้นอยู่กับแทคติคของเรา”

“ตอนนี้เราต้องเสียอารอน เลนนอนไป ฉะนั้นเราคงไม่สามารถวางแผนโดยเน้นเกมส์ได้ข้างได้เหมือนเดิม ซึ่งไม่แน่ว่าเราอาจจะใช้รูปแบบไดอะมอนด์ ซึ่งแน่นอนว่าไอเดอร์จะกลายเป็นส่วนสำคัญในแผนการเล่นนี้แน่นอน”

>> เข้าใจหละ ว่าเอามาเพิ่มแผนการเล่น เจาะตรงกลาง แถมไม่เสียตังด้วย ผมว่าโอเค



อ่านรายละเอียดหรือแสดงความเห็นทางเวบบอรด์

มาทำความรู้จัก ดอว์ กัน



สำหรับตัวผมยังจำวันที่ดอวสันย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ๆได้ โดยที่เวลานั้น ดอวสัน ย้ายมาอยู่กับทีม โดยสัญญาแพคคู่ค่าตัวรวม 8 ล้านปอนด์ โดยคู่หูที่ย้ายมาตอนนั้น คือเจ้าอ้วน แอนดี้ รีด ที่หวังจะให้มาแก้ปัญหาเกมรุกทางด้านซ้าย แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ดอวสัน มาใหม่ๆ มาในฐานะนักเตะดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ เผลอแป๊บเดียว  เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ดอวสันย้ายมาอยู่กับทีมเราตั้งแต่ปี 2005 นี้ก็ 5 ปีแล้วหรือนี้ และถ้าเจ้าตัวเล่นจนครบสัญญาใหม่ ก็จะเป็นนักเตะที่อยู่กับทีมถึง 10 ปี แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต

อยู่กับทีมมาตั้งนานหละ มาลองดูประวัติผลงานดอวสันกันดีกว่า



ชื่อเต็มๆ คือ ไมเคิล ริชารด ดอวสัน เกิดวันที่ 18 พฤษจิกายน ปี 1983 (อายุ 26 ปี) ใน Northallerton, North Yorkshire ในประเทศอังกฤษ

ประวัติ การค้าแข้ง

กองหลังรายนี้เป็นกำลังหลักของน๊อตติงแฮม ฟอเรสต ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมกับสเปอร์ในเดือนมกราคม ปี 2005

ดอวสัน สมัยละอ่อน

อย่างที่ทราบกันดีว่า ไมเคิล ดอวสัน กลายมาเป็นบุคคลสำคัญของทีม และแฮรี่ ยังให้ดอวสันเป็นรองกับตันทีมของสโมสร ชาวยอรคเชียร์คนนี้ สร้างชื่อมากับทีมเจ้าป่า ฟอเรสต โดยเริ่มเล่นให้กับฟอเรสต์ในปี 2002 และลงเล่นไปทั้งหมด 91 เกม

ในสองฤดูกาลแรกกับสเปอร์ ดอวสัน ได้ลงเล่นสม่ำเสมอ โดยจับคู่กับ เลดลีย คิง และพาทีมจบที่ 5 สองฤดูกาลติด


ดอวสัน และ คิง คุ่หูเซนเตอร์ ณ เวลานั้น



ในฤดูกาล 2006-07 ไมเคิลเล่นไป 58 จาก 59 เกม และได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมครั้งแรกในเกม fa cup รอบแปดทีมสุดท้าย พบ เชลซีในสนามแสตมฟอรดบริดจ์ ในเดือน มีนาคม 2007

การบาดเจ็บของ เลดลีย คิง ทำให้ ดอว ต้องมีคู่ขาใหม่หลากหลายในฤดูกาล 2007-08 และเป็นเหตุให้ ผลงานเจ้าตัวตกต่ำลง แถมยังใจสลายในการพลาดชิงชนะเลิศลีกคัพ และเป็นที่สเปอร์ได้แชมบในเดือน กุมภาพันธ์ 2008 เนืองมาจากปัญหาบาดเจ็บที่ข้อเท้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อสเปอร์มาอยู่ภายใต้การทำทีมของ แฮรี่ เรดแนบ ในเดือนตุลาคม 2008 ดูเหมือนว่าดอวสันจะเรียกฟอรมกลับมาเล่นได้คงเส้นคงวามากขึ้น และก็ต่อสู้อย่างหนักในการที่จะเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งเซนเตอร์ โดยเพื่อนร่วมตำแหน่งอย่าง คิง และวูดเกต (ปีนี้บวก บาซซง เข้าไปอีกราย)

ดอวสันลงเล่นให้กับทีมไป 28 เกมในฤดูกาลที่แล้ว ทำประตูได้สองลูก และถูกเลือกจากแฟนบอลให้ได้รางวัลอยู่ในทีมประจำปี และนั่นก็เป็นผลตอบแทนจากความอุตสาหะของ ดอวสัน

ถึงแม้ว่าเริ่มต้นฤดูกาลนี้จะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน แต่ตอนนี้ ดอวสันกลับมาแล้ว พร้อมกับฟอรมที่เริ่มกลับมา




อดีตกับตันทีมชาติอายุ 21 ปี ได้เคยถูกเรียกไปติดไปแสตนบาย ทีมชาติชุดใหญ่ในปี2006 และได้ลงเล่นให้ทีมชาติชุด B ไปสองเกม

ณ ตอนนี้ ไมเคิล ดอวสัน จรด ปากกาเซ็นสัญญาอยุ่กับทีมยาวถึงปี 2015




ภาพในบรรยากาศสบายๆที่เราไม่ค่อยได้เห็น

>> ความเห็นส่วนตัวผม อาจจะไม่ตรงคนอื่น ผมอยากเห็นดอวสันจับคู่กับบาซซงยาวๆไปเลยมากกว่า การที่จะให้ คิง หรือวูตเกต กลับมาสลับในบ้างนัด ผมว่าทั้งดอวสัน และ บาซซง ถ้าลงเล่นคู่กันบ่อยๆ ยังพัฒนาไปได้อีกเยอะ

ข้างล่างเป็นสถิติที่ผ่านมาของดอวสัน



วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

สเปอร์ 2-0 ฟูแล่ม (26/01/2010)


                                        คลิปแรก ไฮไลทเยอะกว่า แต่ดันขาดประตูที่สอง



ปีเตอร์ เคราช เล่นไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ แต่จังหวะที่โมดริดขยันไปฉกบอลแล้วเคาะบอลให้ เคราชได้ยิงจ่อๆ เคราชก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง และประตูนี้ทำให้ทีมเล่นได้ง่ายขึ้นเยอะ


เกมรุกวันนี้ เบนทลีย์ มีบทบาทเยอะพอสมควร และลูกที่ 2 ที่ยิงฟรีคิกทำประตูได้ ค่อนข้างมีโชค แต่ก็ต้องให้เครดิต เบนทลีย์

เกมวันนี้ไม่ใช่ชัยชนะที่ธรรมดานะครับ เพราะผมคุ้นๆว่า นี้เป็นนัดแรกของ แกเรต เบล ที่ลงมาตัวจริงในเกมลีก และสามารถจบลงด้วยชัยชนะ(ซักที)ถือว่าทำลายอาธรรพ์สมบรูณ์แบบ (ไม่รู้ผมจำผิดรึเปล่า) เกมนี้เบล ลงมาเล่นเกมรุกเริ่มใช้ได้หละ แต่เกมรับยังต้องรอพิสูจน์ เพราะเมือวาน สเปอร์ค่อนข้างครองบอลได้ตลอด ส่วนฟูแล่มทำเกมบุกไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่

อ่านรายละเอียดเกม หรือ แสดงความเห็นลงเวบบอรด์

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

สเปอร์ 2-2 ลีดส์ FA Cup


คลิปทำประตู


ไฮไลท์ของเกมนี้

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไปเที่ยวต่างจังหวัดไม่มีโอกาศได้ดู กลับมาประหลาดใจเล็กน้อยที่เสมอ แถมในเกมก็แปลกเหมือนกัน ได้จุดโทษยิงไม่เข้า แล้วจะชนะอยู่แล้วดันเสียจุดโทษซะงั้น

ต้องไปรีเพลย โดยไปเยือนลีดส งานนี้หนักแน่ นัดนี้คงต้องจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดเท่านั้น ไม่ใช่งานง่ายแล้วสำหรับรอบนี้

ดีใจกับพาฟด้วย ดูจากคลิปแล้วสวยจริงๆ เล่นชิ่งกับเดโฟซะด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

เซ็งๆ บ่นๆ (อีกหนึ่งนัด)


เดโฟ วันนี้เกือบได้ของขวัญจากหลังลิเวอรพูล แต่โดนไลนแมน ปฏเสธซะก่อน


               แฟนบอลสเปอร์ทุกคนรู้ตัวดีว่า การไปเยือนแอนฟิล ไม่เคยเป็นเกมง่ายของสเปอร์อยุ่แล้ว ไม่ว่าสถานการณ์ล่าสุดจะเป็นอย่างไร (ผมว่ารวมทุกเกมเจอบิ๊ก 4 โดยเฉพาะเกมเยือน) แต่ก่อนแข่งเกมนี้
ผมว่าต้องมีคนหวังลึกๆและว่า สเปอร์น่าจะมี 1 แต้ม หรือ อาจจะพลิกล๊อคถึงขั้นไปชนะ เพราะสถานการณฟอรมล่าสุดของลิเวอร์ย่ำแย่เหลือเกิน รวมถึงรูปแบบการเล่นทีมั่วมาก (ผมดูเกมที่ลิเวอรพูลกับสโต๊ค) และการขาดทั้ง ตอร และ เจอรราด 


              

              อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เดิมๆ มันก็มาอีกแล้ว กับการที่สเปอร์โดนช่วงต้นเกม และปีนี้มันก็ไม่ใช่ครั้ง ก็มีบทเรียนมาแล้วหลายนัด ซึ่งที่เราแพ้ทีมในบ้านส่วนใหญ่ ก็คือการเสียประตูแบบนี้ ถ้าเอาที่จำได้ คือเกมวูลฟ  เอากับเค้าสิทีมเราแต่ก่อนชอบโดนท้ายเกม แต่นี้เดี๋ยวนี้พัฒนาครับพี่น้อง เปลี่ยนมาโดนต้นเกมแทน ก็ยังดีกว่าโดนท้ายเกมครับ เพราะมีเวลาให้เอาคืน ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องโทษตัวเอง แต่วันนี้ที่ผมเซ็งยิ่งขึ้นไปอีก ต้องขอย้อนไปก่อนเกมเริ่มครับ

              คืนนี้ผมก็รีบนอนและก็ตั้งนาฬิกาปลุกขึ้นมาดู โดยตื่นมาตั้งแต่ 2.45 กะว่าดูอารเซน่อลรอ ชิล ๆ แต่ชิลไปหน่อยเผลอหลับครับ สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีก รีบกดเปลี่ยน ไปดูช่องที่ถ่ายสเปอร์ กลัวหลับยาว เพราะเป็นประจำเวลาดู ucl ตอนดึกๆ ดูต้นเกมทีไร เผลอหลับ ตื่นมาอีกทีจบเกมทุกที  แต่รอบนี้ไม่พลาด เผลอหลับแป๊บเดียว หันไปดูเวลาพึ่งต้นเกม สบายใจ แต่ดูดีๆอีกที เฮ้ยยยย 1-0 แล้ว เ_ย แล้วไง (อุทานในใจ)  หมดอารมณ์ อยากนอนต่อทันที


             ในใจก็คิดขนาดวูลฟยังไม่แคล้ว แล้วนี้จะเหลือเรอะ แต่ยังไงก็ต้องดู เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนจบครึ่งแรก รูปเกมทีมเราอาจจะสวยงามจ่ายบอลก้นได้ดีกว่า แต่ก็ไม่มีจังหวะสุดท้ายให้จบเลย  ทางฝั่งตรงข้ามก็ เล่นเกมรับดีซะเหลือเกิน อารมณ์เหมือนตอนสเปอร์เล่นกับ ฮัลล นัดที่ผ่านมาเลย คือ ฝั่งตรงข้ามเล่นโซนรับลึกเหลือเกิน แถมวันนี้ลิเวอรพูลเกมรับแน่นมาก ตัวประกบ ตัวซ้อน วิ่งชนตลอดเวลา ทำให้ เดโฟ กับ เคราชแน่นิ่งไปเลย  (ลิเวอรพูลเล่นในบ้าน ทำไมเล่นแบบนี้หละ แอบแซวหน่อย)







                    ครึ่งหลัง เริ่มต้นเกม เกมรุกดูลื่นไหลกว่าเดิม ทำเกมได้ดูมีอนาคต แถมเกือบได้ประตูจากที่หลังลิเวอรพูลพลาด ชือไร กอสๆเนี่ยแหละ รู้แต่ว่าวันนี้เคราชไปไม่เป็นเลย เจอเจ้ากอสติดหนึบ แต่จังหวะนี้ จ่ายบอลคืนหลังไปให้เรน่าพลาด เสร็จเดโฟวิ่งไปฉกยิงเข้า แต่ว่าดันโดนจับฟาลวแบบงง ว่ามันล้ำหน้าตรงไหน ทำเอาแฟนบอลสเปอร์ที่แหกตาตื่นมาดู รวมถึงผมด้วยดีใจเก้ออกันถ้วนหน้า และเกมดำเนินไปเรือย โดยสเปอร์พยายามเร่งเครื่อง เครืองทำท่าจะติดอยู่ช่วงนึง มีโอกาศจบบ้างประปราย มีทั้ง โมดริดยิงไกลบ้าง แต่เบาไป หรือ ลูกยิงของเจนาส ที่เหมือนเรน่าจะหลงทางจะเข้าอยู่แล้ว แต่เรน่าก็ไหวตัวมาปัดทัน และช่วงบุกเพลินๆ   ลิเวอรพุลก็ได้จังหวะสวนกลับงามๆหลายลูกและน่าจะบวกไปอีกหลายประตู ถ้าลิเวอรตัวจบสกอร์ดีกว่านี้ รวมถึงต้องให้เครดิตชมโกเมสด้วยที่เซพไปหลายครั้ง ช่วยยืดเวลาให้ได้อยู่ลุ้นจนจบเกม 


หล่อเหลือเกินเกมนี้ อดีตเป้าหมายศุนย์หน้าทีมสเปอร์(สมัยก่อน)


                   ผมแอบคิดไปเองว่า เอาว่ะ รอดมาได้หลายครั้งหลายครา ทีมอาจจะมีโชคบ้าง ถึงแม้ท้ายๆเหมือนเกมสเปอร์จะเป็นรองแล้ว แต่ก็ยังหวังอยู่เสมอ อาจจะฟลุ๊ค มี่จังหวะโยนฉาบฉวย เข้าไปชุลมุนกันหน้าโกลแล้ว อาจจะมีใครอยู่ถูกที่ถูกเวลาจิ้มบอลเข้าไปเป็นประตูตีเสมอ แต่ก็แค่นั้น จนแล้วจนรอด ถึงช่วงทดเจ็บนาทีแรก เบลก็ไปท่า ทำฟาลว์ เสียจุดโทษ และเดริก เคราท ก็ไม่พลาด ยิงจุดโทษเข้าไป

                  สุดท้ายสเปอร์ก็เหมือนเดิม ไปเยือนทีม big 4 ทีไรไม่รอดออกมา รวมถึงเกมไหนที่ว่าสำคัญมีโอกาศนำกดดันคู่แข่งทีมอื่นๆทีไร มักจะทำไม่ได้เสมอ  เฮ้อออออออออออ

จบเกมไปแล้ว แฟนบอลอย่างเราจะทำอะไรได้ นอกจากบ่น หรือ เรียกให้ดูดีก็คือการวิจารณ



สิ่งที่ผมไม่ชอบจากเกมนี้มี



1.เจนาส ที่ลงมาแทนทอม คิดว่าทอมเจ็บเลยโดยเจนาสแทน ในเกมแบบนี้ผมคาดหวังเกมรับไว้ก่อน ซึ่งสองคนนี้ ทอมดูดีกว่า และอาจจะมีลูกบอลวางยาวไปให้ด้านข้างและได้โยนเข้ามา แต่เจนาสลงมาดีกว่าทอมแค่จังหวะ ลากไปเอง แต่เรื่องปัญหาอาการบาดเจ็บ ช่วยไม่ได้

2.กรรมการ รุ้สึกจะเป่าเข้าข้าง ลิเวอรพูลไปหน่อยนะครับ อันนี้อาจจะเกิดจากที่เราเป็นแฟนสเปอร์ก็ได้

3.ผมเริ่มเบือกับการเปลี่ยนตัวของ แฮรี่ เรดแนบ ถามว่าจ่ามีฝีมือไหม ผมตอบว่ามี แต่ผมคิดว่าแกมีความลำเอียงเกินไป หรือ ไม่ก็การเมืองในทีมเหมือนที่ดารเรน เบนท์ บอกรึเปล่าก็ไม่แน่ อย่างวันนี้เห็นได้ชัดว่า ปีเตอร เคราชเล่นไม่ได้เรื่อง โหม่งไม่ได้ จับบอลไม่ดี หนีตัวประกบก้ไม่ได้ แต่แฮรี่ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนพาฟลงมาชน เจ้ากอสๆ กองหลังลิเวอรพูลแทนเลย แต่ดันใช้สูตรสำเร็จ คือเอาคีนลงมาแทน แถมมีอีกสเตป คือเปลี่ยนเอา ฮัตตันลงมาแทน ชอวลูก้า ที่จ่าคิดว่าจะมาขึ้นเกมรุกทางด้านขวามากขึ้น คนพากยของทรูก้งง และเดาว่า ชอวลูก้าเจ็บหารู้ไม่ว่านี้มันอีกสูตรฮิตของจ่า
หารู้ไม่ลงมาทีไรแฟนบอลเสียวทุกที ยิ่งมีหลังขึ้นแล้วลอยอย่างเบล และ ฮัตตัน ลงพร้อมกัน เจอเกมสวนฝั่งตรงข้ามทีไรหัวใจวาย ไม่เข้าใจว่าจ่า เห็น ครันชารเล่นไม่ออก ทำไมไม่คิดเอาเบนทลีย์ลงมาแทน หรือถ้าไม่ชอบเบนทลีย์นัก น่าจะเสี่ยง เอา แดนนี่ โรสลงมายังจะดีกว่า ผมว่าเจ้าหนูคนนี้เล่นได้วูบวาบดี สไตลการเล่นคล้ายเลนนอนนะครับ

4.กรณีของคิงและวู๊ดเกต ถ้าสองคนนี้ไม่หายดีแบบยืนระยะได้หลายๆนัดติดต่อกัน ผมว่าน่าจะใจแข็งดร๊อปไปเลย ใช้ดอวสันคู่บาซซงไปเลย ผมว่าคู่นี้ก็ไม่เลวนะ ช่วงที่ผ่านมาก็เล่นด้วยกันมาตลอดไม่มีปัญหา แถมคลีนชีตมาต่อเนื่อง ตำแหน่งเซนเตอร์มันต้องอาศัยความเข้าใจเยอะ ต้องเล่นด้วยกันบ่อยๆ

5.ข้อสุดท้าย ขี้เกียจบ่นหละ ไม่ชอบที่สุดตรงบอลแพ้เนี่ยแหละ จบดื้อๆ

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

โอละพ่อ!ไก่-หงส์ไม่มีใครติดแบน



หน้าแหกกันไปสำหรับข่าวนักเตะหลายคนติโทษแบนในเกมลิเวอร์พูลเปิดรังแอนฟิลด์พบสเปอร์สที่ล่าสุดยืนยันแล้วไม่มีใครติดโทษแบนแม้แต่คนเดียว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาลูคัส เลว่าได้รับใบเหลืองในเกมที่"หงส์แดง"บุกเสมอสโต๊ค 1-1 ทำให้สะสมครบ 5 ใบซึ่งตามหลักแล้วต้องติดโทษแบน


อย่างไรก็ตามกฏของพรีเมียร์ลีกระบุว่าหากใครสะสมครบ 5 ใบเหลืองก่อนคริสตมาสถึงต้องชดใช้โทษแบนซึ่งในเคสของลูคัสนั้นได้ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคมจึงรอดตัวไป

ด้าน"ไก่เดือยทอง"ซึ่งก่อนลงเล่นกับฮัลล์ ซิตี้มีผู้เล่นถึง 3 คนที่ได้รับ 4 ใบเหลืองคือวิลสัน ปาลาซิออส,เจอร์เมน จีนาสและทอม ฮัดเดิลสตันก่อนมารับเพิ่มคนละใบ

แต่ทั้ง 3 คนอยู่ในเคสเดียวกับลูคัสจึงไม่ติดโทษแบนใดๆทั้งสิ้น

ทั้งหมดจะถูกแบนก็ต่อเมื่อสะสมครบอีก 10 ใบเหลืองซึ่งจะถูกแบน 2 นัดทันทีแต่มีเดดไลน์คือ 2 อาทิตย์ในเดือนเมษายนโดยหากหลังจากนั้นไปแล้ว 10 ใบเหลืองจะไม่แอคทีฟเหมือนตอน 5 ใบทันที

แต่ที่จะไม่มีนักเตะคนไหนรอดพ้นโทษแบนได้เลยหากสะสมครบ 15 ใบจนกระทั้งจบฤดูกาลนั้นและต้องถูกกักทั้งสิ้น 3 นัด

แสดงความเห็นลงเวบบอรด์

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

อะไรๆเริ่มชัดเจนขึ้น


               สิ้นสุดการแข่งขันวันอาทิตย์ ทีมในพรีเมียรลีก ส่วนใหญ่แล้วก็เตะไปแล้ว 21 เกม ก็เกินครึ่งฤดูกาลมานิดๆ ก็พอจะเห็นภาพชัดเจนแล้ว สำหรับเป้าหมายของแต่ละทีม อย่างทีมลุ้นแชมบ์ก็ไม่มีไรพลิกโผ เหลืออยุ่แค่สามทีม คือ เชลซี แมนยู และ อารเซน่อล และปีนี้ท่าทางจะลุ้นกันสนุกซะด้วยแต่เราจะไม่สนใจกลุ่มนี้เท่าไหร่ มาดูอีกกลุ่มกันดีกว่า

              ส่วนกลุ่มที่ 2  เราแฟนสเปอร์ น่าจะสนใจที่สุด เพราะเป็นกลุ่มที่สเปอร์มีเอี่ยวด้วย นั้นก็คือการแย่งชิงอันดับที่สี่เพื่อไปเตะ UCL ซึ่งปีนี้มาแปลกกว่าทุกปี ที่ทีมผู้ท้าชิงหลายทีมเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นด สเปอร์ แมนซิตี้ วิลล่า ลิเวอรพูล ลุ้นกันหลายทีมอย่างนี้ ทำให้อย่างน้อยโควต้ายูโรป้า ก็ต้องตกอยู่ในกลุ่มนี้แหละ ทำให้ทีมรองลงมาคงเซ็งไปด้วย ที่อาจจะไม่ได้ลุ้นอะไรเลย

               อาทิตที่ผ่านมาประหลาดเหมือนกัน เพราะแต่ละทีมพากันพลาดทำแต้มหล่นหายไปพร้อมๆกัน ทั้งๆที่ ถ้าหากซักทีมในกลุ่มทีมใดชนะได้สามแต้มรับรองอันดับมีการขยับแน่นอน โดยที่ ลิเวอรพูล สเปอร์ วิลล่า นัดกันเสมอ ส่วนแมนซิตี้ ถึงกับแพ้ แต่ถ้าให้มองดีๆแล้ว ผมว่าทีมที่เสียหายมากสุดน่าจะเป็น สเปอร์และก็วิลล่า ที่มีโอกาศเปิดบ้านรับทีมที่อยู่ท้ายตารางแต่กลับดันทำอะไรไม่ได้ จบเกมด้วยสกอร์ 0-0 เหมือนกัน ส่วนแมนซิตี้ผมมองว่าไม่ใช่งานง่ายอยุ่แล้วกับการไปเยือนเอฟเวอรตัน ที่กำลังกลับมาเล่นได้ดี ส่วนลิเวอรพูลที่ตัวหลักพากันเจ็บ และฟอรมล่าสุดก็ไม่ดี แต่ไปเยือนสโต๊ค แล้วได้มาหนึ่งแต้ม ผมว่าก็โอเค(แต่อาจจะไม่พอสำหรับแฟนหงส์แดง)

               ถึงแม้ผลงาน สถานการร์ลิเวอรพูล จะย่ำแย่แค่ไหน แต่เมื่อมองแต้มในตาราง ก็ยังไม่ได้ถือว่าแต้มขาด โดยที่ตอนนี้ลิเวอรพูลห่างจากสเปอร์แค่สี่แต้ม ย่อมไม่มีใครกล้า กาชื่อลิเวอรพูลออกจากการลุ้นที่สี่อย่างแน่นอน และถ้ามองด้วยสถิติที่ผ่านมา ผมยังมองว่าลิเวอรพูลระยะยาวยังมีโอกาศขึ้นที่สี่ได้เสมอ ในเมือผลงานในอดีตก็เห็นๆกันอยู่ว่าลิเวอรพูลชอบกลับมางัดฟอรมเทพในช่วงท้ายฤดูกาลและกลับมายึดที่สี่ได้ในที่สุด(ก็มีฤดูกาลก่อนนี้แหละ ที่ผิดฟอรมไปหน่อย 55) มาหลายครั้งต่อหลายครา และจากความผิดพลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกมกลางสัปดาห์ที่สเปอร์ตกค้างกับลิเวอรพูล ยังคงความเป็นดราม่าอย่างมาก ถ้าลิเวอรพูลชนะจะบีบระยะห่างเหลือแค่แต้มเดียว แต่หากสเปอร์กลับมางัดฟอรมสุดยอดได้ด้วยการบุกไปชนะลิเวอร์พูล จะนำลิเวอรพูลห่างถึง 7 แต้ม และน่าจะทำให้กำลังใจนักเตะลิเวอรพูลถดถอยลงไปอย่างมาก





                                                    ก็หวังว่าคีนจะกลับมายิงระเบิดอีกครั้ง


                 อีกเรืองที่เริ่มจะชัดเจน ก็คือผลงาน ร๊อบบี้ คีน กัปตันทีมปีนี้ที่ตกลงไปอย่างมาก ผมไปนั่งอ่าน blog ของแฟนสเปอร์ต่างประเทศที่เขียนเกี่ยวกับ คีนว่าจะเอายังไงดีกับคีน ว่าควรจะขาย ดร๊อป หรือว่ายังไงดี ผมอ่านแล้วก็ไปสะดุดตรงสถิตินี้แหละ คีนปีนี้ถ้าตัดเกมเบรินลียที่ยิงไป 4 ประตู คีนทำได้แค่ 2 ประตูจาก 16 เกม และเกมที่ลงตัวจริงมี เกม ฮัลล์ สโต๊ค และวูลฟ(อ้าวเฮ้ย เอ๊ะ) ไม่ใช่ว่าผมจะมาโทษ คีโน่หรอก แต่ผมว่าเรดแนบแกจัดคู่กองหน้าพลาดไปหน่อยนะ

                 อย่างที่รู้กันเรดแนบมีกองหน้าในใจ อยุ่ 3 คน คืออันดับหนึ่ง เดโฟ อันดับสอง ปีเตอร์ เคราช และก็อันดับสามคือ คีน และเรดแนบคงมองว่า สามเกมในบ้านอย่าง ฮัลล , วุลฟ และ สโต๊คเป็นเกมไม่หนักมาก น่าจะลองใช้คีนลงมาเล่นบ้าง แต่ผมว่ามันผิดพลาดตรง ที่ใช้คีนคู่กับเดโฟเนี่ยแหละ (จำไม่ได้เหมือนกันว่าเกมกับวูลฟ และ สโต๊ค คีนคุ่เดโฟด้วยรึเปล่า) ถ้าคิดว่าจะเอาคีนลงในเกมที่คิดว่าง่าย ก็น่าจะกล้าดร๊อบเดโฟ แล้วใช้คีนคู่เคราชตั้งแต่แรกจะดีกว่า เพราะคีนคุ่เดโฟ พิสูจน์มานานแล้ว หลายยุค ว่าไม่เวิรค อาจจะมีบางเกมที่พอเอาตัวรอดได้ แต่ไม่ถึงขั้นว่าเข้าขากัน

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553

สเปอร์ 0-0 ฮัลล์

อีกเกมที่ทำแต้มหล่นหายไป 2 แต้ม เกมในบ้านที่เจอกับทีมท้ายตาราง และก็เป็นเกมที่สามแล้ว ต่อจากสองเกม อย่างเกมสโต๊ค และ วูลฟ์ ซึ่ง สองเกมนั้นถึงขั้นแพ้

ส่วนเกมนี้จะว่ารูปเกมไม่ดีก็ไม่ใช่เท่าไหร่ เพราะฝั่งตรงข้ามมาตั้งรับเหลือเกิน แต่ทีมเราก็ทำเกมได้ มีจังหวะจบเยอะเหมือนกัน แต่ทว่ายิ่งยังไงก็เหมือนยิงไปติดภูเขา เด้งออกมา ( myHill โกล์ทีมฮัลล ที่เกมนี้น่าจะได้คะแนนเต็ม 10)



คนนี้แหละที่ทำแต้มทีมเราหายไป 2 แต้มในวันนี้


ส่วนนี้ ก็บ่งบอกได้ถึงความผิดหวัง เดโฟ คีน เคราช โมดริด ต่างมีโอกาศทำประตูได้ทั้งนั้น

การลุ้นทีตำแหน่งที่สี่ยากเสมอ ก็หวังว่าสเปอร์จะไม่พลาดทำแต้มตกหล่นไปอีกกับเกมในบ้าน เพราะการแย่งพื้นที่ ucl ยากเสมอสำหรับทีมที่ไม่ใช่ Big 4 แถมปีนี้ทีมคู่แข่งก็เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นลิเวอร์พูล (ซึ่งวันนี้ แข่งก่อนสเปอร์ และทำได้แค่เสมอ ตามที่ผมตามแช่ง แต่สเปอร์เราก็ดันทำได้แค่เสมอเหมือนกัน เซ็งเลย ) , แมนซิตี้ , แอสตัน วิลล่า  เพราะอย่างปีที่เราทำผลงานได้ดีมาตลอดทั้งฤดูกาล แต่นัดสุดท้ายนักฟุตบอลดันพากันขี้แตก แพ้เวสแฮม โดนอารเซน่อลแซงขึ้นที่สี่เฉยเลย

เกมกลางสัปดาห์นัดตกค้างกับลิเวอร์พูล เกมเยือนแอนฟิล ถึงแม้ถ้าดูฟอรมตอนนี้ของทั้งสองทีม ผมว่าสเปอร์เล่นกันได้ดีกว่ามาก แต่การไปเยือนลิเวอรพูล ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่ใช่งานง่ายอยู่แล้ว ผมว่าถ้าได้เสมอกลับออกมาก็น่าจะพอใจเหมือนกัน จะทิ้งระยะห่างเท่าเดิม ต้องห้ามแพ้เด็ดขาด

อันดับสี่ปีนี้ ยังดูยากครับ ต้องลุ้นกันนัดต่อนัด เพราะต่างทีมต่างพลาดกันง่ายๆเหมือนกัน อย่างตอนที่ผมพิมพ์บทความนี้อยู่นี้ แมนซิตี้ก้ไปเยือนเอฟเวอรตัน และตาม เอฟเวอรตันถึง 2-0 และก็อาจจะเป็นแกมแรกของมันชินี่ที่ทำทีมแพ้ก็ได้

ดังนั้นในการลุ้นที่สีปีนี้ นอกจากจะลุ้นผลงานทีมตัวเองแล้ว แฟนบอลอย่างเรายังต้องเหนื่อยในการตามแช่งคู่แข่งอีกต่างหาก พรุ่งนี้ผมก็ว่าจะนั่งเชียร์เวสแฮมซะหน่อย ไม่ใช่ว่าชอบทีมเวสแฮมอะไรหรอก แต่แค่ไม่อยากเห็นแอสตันวิลล่าชนะ


วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553

ซานโดรเหมือนฝันย้ายซบไก่





ซานโดร มิดฟิลด์แซมบ้าของ อินเตอร์นาซิอองนาล รับเหมือนฝันกับโอกาสได้ไปเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ร่วมกับ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เหตุเป็นการแข่งขันในระดับสูงที่นักเตะคนไหนๆ ต่างก็กระสันจะได้สัมผัส

ซานโดร กองกลางชาวบราซิลของ อินเตอร์นาซิอองนาล ทีมดังแดนกาแฟ ยืนยันว่า ตนรู้สึกเหมือนฝันเป็นจริง ที่กำลังจะได้เห็นตัวเองโยกย้ายไปลงเล่นในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หลังบรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับ "ไก่เดือยทอง" เรียบร้อยแล้ว แต่คาดว่า ต้นสังกัดปัจจุบันน่าจะขอรั้งตัวเอาไว้จนกระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจในศึก โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส เสียก่อน

มิดฟิลด์ตัวรับวัย 20 ปี กล่าวผ่านหนังสือพิมพ์ เดอะ มิร์เรอร์ ในเมืองผู้ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า "ผมอยากให้อนาคตของผมกระจ่างชัดเจนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อที่ว่าผมจะได้เริ่มต้นเส้นทางใหม่ในอาชีพค้าแข้งของตัวเองต่อไป แต่ผมก็พร้อมแล้วในแง่สภาพจิตใจกับการย้ายไปยังอังกฤษ และมันก็เหมือนฝันชัดๆ เลยด้วย"

"ผมมีแรงจูงใจ เพราะฟุตบอลอังกฤษมีระดับการแข่งขันสูงมากๆ ผมตื่นเต้นกับความท้าทายครั้งนี้ โดยเฉพาะการได้ลงเล่นในสนามที่ยิ่งใหญ่ ถือเป็นเรื่องสุดยอดสำหรับนักเตะทุกคนเลยทีเดียว แต่ผมก็มีความสุขที่จะได้อยู่กับทีมเดิมต่อไป พร้อมกับทำหน้าที่ของผมที่นี่ให้เสร็จสิ้นซะก่อน หลังจากนั้นก็จะเป็นการทำงานให้หนักๆ เข้าไว้เพื่อพัฒนาตัวเองไปสู่ความท้าทายใหม่ๆ ภายใต้โค้ชคนใหม่ต่อไป" ซานโดร ทิ้งท้าย

แสดงความเห็นทางเวบบอรด์

    ผมคิดว่า ซานโดร อาจจะเป็นรายแรกที่ย้ายเข้าในช่วงตลาดเปิดรอบนี้ เพราะข่าวเยอะมากๆ เปอร์เซนต์ตอนนี้น่าจะ 60:40 และก็อีกอย่างคือ คนนี้ เรดแนบอยากได้ตั้งแต่รอบที่แล้ว แต่แห้วไป
ส่วนรอบนี้ อะไรก็ยังไม่แน่ครับ ต้องรอดูกันต่อไป





โค้ช ดุงก้า เรียกกองกลาง Sandro, Games จาก International สำหรับฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับอาร์เจนตินา 2,010 (5 กันยายนใน Rosario) และจากชิลี (9 กันยายนในซัลวาดอ).    , Sandro วัย 20 ปี (15/03/1989) เป็นกัปตันของบราซิล U-20 แชมป์อเมริกันใต้ใน 2,009 ในเวเนซุเอลา.

มาดูประวัติคร่าวๆของนักเตะรายนี้กัน

ชื่อ นามสกุล : Sandro Ranieri Guimarães Cordeiro
เกิดวันที่ 15 มี.ค 1989 ปีนี้ 21
สถานที่เกิด : Riachinho, Brazil
ตำแหน่งที่เล่น : Defensive Midfielder


ประวัติอาชีพ
เริ่มต้น : ปี 2005-2007 อยู่ชุดเยาวชนกับ Internacional
ปัจจุบัน : ลงเล่นให้กับชุดใหญ่ของที่ม Internacional ไป 34 เกม ทำได้ 1 ประตู


ประวัติทีมชาติ

บราซิล U20 : 8 เกม ทำได้หนึ่งประตู
บราซิล : 1 เกม

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2553

หงส์-ไก่ปะทะแข้งกลางสัปดาห์หน้า + ข่าวอื่นๆ



ประกาศวันเตะใหม่แล้วสำหรับคู่บิ๊กแมทช์แย่งตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่มีคิวเจอกันอย่างรวดเร็วในวันพุธที่ 20 มกราคมนี้


หลังหิมะตกหนักทำให้คู่นี้ต้องเลื่อนจากวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันพุธหน้าเวลา 20.00 น.ตามเวลาอังกฤษหรือในไทย 03.00 น.

ในขณะที่คาร์ลิ่ง คัพรอบรองชนะเลิศที่เลื่อนจากกลางสัปดาห์ที่แล้วนั้นจะมาเตะกันใหม่ในกลางสัปดาห์หน้านี้

โดยแมนเชสเตอร์ ซิตี้พบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดวันอังคารที่ 19 มกราคม เวลาไทย 03.00 น. ส่วนแอสตัน วิลล่าจะพบกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์สในนัดที่สองวันที่ 20 มกราคมหลังเตะนัดแรกในวันพฤหัสที่ 14 มกราคมนี้นั่นเอง

จ่าเฉยชูโมดริชยอดแข้งโลกเทียบเท่าหัวขิง,ตอร์เรส

                                         

แฮร์รี่ เรดแนปป์ กุนซือจ่าเฉยยอมรับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พยายามเทียบชั้่นบิ๊กโฟร์เข้าไปใกล้ให้มากที่สุดเพียงแต่เมื่อเทียบกับขุมกำลังระดับโลกถือว่ามีน้อยเกินไปแค่คนเดียวเท่านั้นพอเชิดหน้าชูตาได้ก็คือ ลูก้า โมดริช นั่นเอง


"ไม่กี่ทีมหรอกที่มีนักเตะระดับโลกอยู่สองคน อย่างเช่น อาร์เซนอล นั้น เชสก์ ฟาเบรกัส และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ "

"สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส ของ ลิเวอร์พูล อาจจะอยู่ในทีมของคุณด้วยหากคุณมีโอกาสเลือกทีมรวมดาราโลก"

"ผมคิดว่าสำหรับ สเปอร์ส ก็มีสุดยอดนักเตะอย่าง โมดริช อยู่ในทีม นับเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่นานๆทีจะมีผู้เล่นระดับโลกเหมือนกับพวกเขา"


แสดงความเห็นในเวบบอรด์

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

ตลาดเปิดแล้ว จะได้ใครบ้างไหมเนี่ย ???

ตลาดเปิดแล้ว ดูเหมือนตลาดซื้อขายปีนี้สำหรับแฟนบอลสเปอร์จะเงียบเหงาไปซักนิดนึง ไม่ค่อยมีข่าวกับใครจิงจังเท่าไหร่


เลวีย์ : >> บอกให้ขายก่อนถึงจะซิ้อได้

ถึงแม้ท่านประธานจะออกนโยบายมาอย่างนี้ แต่ผมเชื่อว่าไม่ใช่เพราะว่างกหรอก แต่แกคงมองแล้วว่า ชุดผู้เล่นที่มีอยู่ค่อนข้างจะลงตัวแล้ว และมีนักเตะระดับสตารหลายคนที่ไม่ได้ใช้งาน ดังนั้นน่าจะขายออกก่อน


ตอนนี้ จ่าแกก็คงอยากซื้อนักเตะเก๋าๆมาเสริมแหละ แต่กำลังรอว่าเมือไหร่จะมีคนเข้ามาขอซื้อ เดวิด เบนทลีย์ , โรมัน พาฟลูเชนโก้(น่าจะรวมไปถึงจิโอดอส)ในราคาที่จะสมเหตุสมผลซะที




ในความคิดเห็นของผม ถ้าทีมเราเกิดขายใครไม่ได้จริงๆ ผมว่าก็ไม่ได้เสียหายเท่าไหร่นะครับ เพราะพวกที่ทีมจะปล่อยก็นักเตะฝีเท้าดีทั้งนั้น  และเราก็ยังไม่รุ้แน่หรอกว่า อีกครึ่งฤดูกาล หากเกิดเคราะหซ้ำกรรมซัด ตัวรุกพากันเจ็บเยอะ พวกนี้แหละจะเข้ามาเติมเต็มทันที (แต่คิดว่าคงไม่ซวยหรอก)





วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

ดว่น !!! พรีเมียร์เลื่อนแล้ว 5 หงส์,เชลซีชวดด้วย



** ล่าสุดเกมวันอาทิตนี้ ยกเลิกคู่ของ วูลฟ ด้วยนะครับ


พิษหิมะยังตามหลอกหลอนแฟนบอลที่กระสันอยากชมเกมใจจะขาดล่าสุดพรีเมียร์ลีกประกาศเลื่อนโปรแกรมออกไปแล้ว 5 คู่โดยลิเวอร์พูลและสเปอร์สรวมทั้งฮัลล์ ซิตี้กับเชลซีโดนหางเลขอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ก่อนหน้านี้เบิร์นลีย์ - สโต๊ค,ฟูแล่ม - ปอร์ทสมัธและซันเดอร์แลนด์ - โบลตันถูกยกเลิกไปก่อนแล้วและต่อมาคู่บิ๊กแมทช์ระหว่าง"หงส์แดง"และ"ไก่เดือยทอง"ได้รับการประกาศต่อมาจนถึงคิวของฮัลล์ ซิตี้และเชลซีที่เป็นคู่ล่าสุดในช่วงเวลาเกือบตีสองของเมืองไทย

สภาพสนามแอนฟิลด์ทำการแข่งขันได้โดยไม่มีปัญหาแต่ถนนหนทางเป็นอันตรายต่อผู้เดินทางเนื่องจากหิมะลงหนักปลกคลุมไปทั่วประเทศจึงไม่ต้องการเสี่ยงต่ออุบัติเหตุทางพรีเมียร์ลีกจึงสั่งยกเลิกไปเลย

โปรแกรมที่ถูกยกเลิก :
พรีเมียร์ลีก

เบิร์นลีย์ พบ สโต๊ค

ฟูแล่ม พบ ปอร์ทสมัธ

ลิเวอร์พูล พบ สเปอร์ส

ซันเดอร์แลนด์ พบ โบลตัน

ฮัลล์ พบ เชลซี



ที่มาข่าว : http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=227002

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553

สเปอร์ 4-0 ปีเตอร์โบโร่ -- FA Cup


            ** พึ่งได้ดูไฮไลท์ครับ เบลจ่ายสวยๆ ทั้งนั้น

ผลก็ตามคาดครับ ชนะไปสบายๆ แต่ที่ผมสนใจก็คือพวกที่อาจจะได้ลงมาเล่น แทนตัวหลักจะทำได้ดีในขนาดไหน รวมถึง การใช้ครันชารลงเล่นพร้อมกันกับ โมดริดในช่วงที่ เลนนอนไม่อยู่


นิโก้ วันนี้เหมาไปสองลูก น่าจะทำให้แฟนบอลอุ่นใจได้ระดับนึง ในช่วงที่เลนนอนเจ็บ

             เกมในนัดหน้าที่ไปเยือนหงส์นัดหน้า น่าจะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริงมากกว่า ว่าครันชาร เล่นร่วมกับโมดริดจะสร้างสรรคเกมรุกได้ขนาดไหน




   โอกาสของเบลมาแล้ว ไม่รู้เบลจะคว้ามันไว้รึเปล่า

             ส่วนเกมรับ ก็ต้องดูว่า เบล จะใช้โอกาศนี้ในโชวฝีเท้าให้จ่ากลับมาไว้วางใจเค้าได้รึเปล่า ในช่วงที่เอก๊อตโต้เจ็บ (น่าจะ 1 เดือน ทีมเสียหายจริงๆ)  แกเรต เบลกับการเล่นเกมรุก แฟนบอลส่วนใหญ่ไม่มีความสังสัยในความสามารถอยู่แล้ว แต่ที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้คือ เกมรับที่ดีกว่านี้ เพราะอย่าลืมว่าถึงแม้จะบุกเก่งแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องมาก่อนคือเกมรับ เพราะนี้คือตำแหน่ง ฟูลแบ๊ค

รายละเอียดเกม fa cup   << credit Shitsanupong ที่โพสไว้ใน soccersuck นะครับ